ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 แนวทางตรวจสอบคุณภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 12, 2018, 11:40:32 PM
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 265
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
เดี๋ยวนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าเครื่องใช้กระแสไฟฟ้าและก็เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้ท่านภาพของผลิตภัณฑ์มีความต่างกันด้วย หากเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แม้กระนั้นหากพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ที่มิได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งยังเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาถูกหรือผลิตภัณฑ์ราคาแพง ต่างก็มีทั้งคุณภาพดี คุณภาพแย่ และก็ปัญหาในตัวเองปะปนกันไป โดยเหตุนั้น พวกเราก็เลยต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับวิเคราะห์ประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การวิเคราะห์คุณภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำเป็น 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. วิเคราะห์ความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ และก็ควรเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องจากสายสัญญาณเสียงในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งรวมทั้งความอ่อนแตกต่างกัน โดยทั่วไป สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกชอบมีสายออกจะแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาสูงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอแนะเป็น ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป เพราะเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ หากพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อเรื่อง ในเวลาเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินไป ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานเป็นประจำย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสาย audio cableที่เยี่ยมที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกขาด หากพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อทำหัวสายว่าเป็นยังไง สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆในการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองสัมฤทธิ์ และก็อลูมิเนียม ขอเสนอแนะว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีมากกว่า เนื่องด้วยเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยเจอปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ขณะที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก แม้แทงไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีคงทนถาวรสูง แก่การใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยเจอปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดรูป ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจำต้องใช้งานอย่างรอบคอบ แม้ไม่ฟูมฟัก หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว
3. ตรวจสอบการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ตอนที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหงุดหงิดบ และก็ถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมแซมได้ ต้องทิ้งสิ่งเดียว ฉะนั้นสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงจำเป็นต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. สำรวจความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เพราะว่าเป็นความยาวที่สมควรสำหรับในการเสียบเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆได้โดยไม่มีการโยกหรือหละหลวม อีกทั้งยังเสียบได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา หากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่สามารถที่จะเสียบกับอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจำเป็นต้องคอยพยุงไว้ ส่วนถ้าเกิดโลหะที่ศีรษะเสียบมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อเสียบกับวัสดุอุปกรณ์จะทำให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา ถ้าหากเผลอไปชนเข้าอาจจะทำให้สายมีการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยแค่ไหน ข้อนี้หากแม้จะมิได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ก็สำคัญ เนื่องจากการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้งาน จะช่วยทำให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินจนมีความเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินความจำเป็นจนกระทั่งเกิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าคืออะไร แม้เป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ควรจะมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จะต้องลากสายยาวๆก็จะต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. พิจารณาแบรนด์ของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์แปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม ด้วยเหตุว่ามักจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสชำรุดทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่เราจำต้องให้ความใส่ใจ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable