แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - kob_2015

หน้า: [1] 2 3 ... 6
1

        สำหรับสาวๆ คนที่ไหนกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่เราไม่ชอบหน้านั่นก็คือ เจ้าความอ้วนนั่นเอง เพราะสาวๆ หลายคนมักจะตามใจปากจนลืมนึกถึงผลที่จะมาซึ่งทำให้เราน้ำหนักขึ้น หมดความมั่นใจ “ อยากผอมอยากสวยก็อยาก แต่อยากกินมันมากกว่า 555 ”  ฟังทางนี้ดีกว่า ถ้ามีของอร่อยจากธรรมชาติที่มีประโยชน์แถมยังมีคุณสมบัติในการช่วยเผาผลาญไขมันด้วยล่ะ น่าสนใจใช่ไหม? งั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าเจ้าของอร่อยจากธรรมชาติเนี่ยมันคืออะไรกัน

        สำหรับเจ้าของอร่อยจากธรรมชาติที่ดีและมีประโยชน์ที่ว่าก็คือเจ้านมสดนั่นเอง ก็เจ้านมสดสีขาวหน้าตาน่าดื่มนี่ล่ะ ที่มีส่วนช่วยควบคุมเมตาโบลิซึม หรือขบวนการเผาผลาญของร่ายกายได้อย่างดี เพราะแคลเซียมในนมจะมีผลไปขัดขวางการสร้าง และสะสมไขมัน เมื่อมีการสร้าง และสะสมไขมันลดลงแล้ว ร่างกายก็จะเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น ซึ่งให้ผลลัพท์ดีกว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใดๆ ในโลกเสียอีก ในการดื่มนมสดเพื่อลดความอ้วนนี้ ควรเลือกนมชนิดที่มีแคลเซียมและโปรตีนสูง แต่ให้พลังงานต่ำ อย่างเช่น นมสดพาสเจอร์ไรซ์พร่องมันเนย นมสดพาสเจอร์ไรซส์สูตรแคลเซียมสูง หรือโยเกิร์ตพร้อมดื่มพร่องมันเนย โดยต้องเป็นรสธรรมชาติหรือรสจืด เพราะปราศจากน้ำตาล ติดนมสดไว้ในตู้เย็นหรือที่โต๊ะทำงานเพื่อพร้อมดื่มวันละ 3-4 ขวดอยู่เสมอทุกๆ ครั้งที่หิว หรืออยากรับประทานของหวานจุกจิก นอกเหนือจากมื้ออาหาร อาจรับประทานร่วมกับธัญพืช หรือผลไม้ หรือจะใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มหรืออาหารชนิดต่างๆ เช่นการใส่นมไขมันต่ำลงในกาแฟ เติมลงในซุปถ้วยโปรด หรือปั่นผสมกับผลไม้สดเป็นสมูทตี้แสนอร่อย (อย่าใส่น้ำเชื่อมหรือน้ำตาลล่ะ) ด้วยวิธีการปรุงอาหารที่ไม่อุ่นร้อนเกินไปจนนมสูญเสียแคลเซียม

( ข้อมูลนี้มาจากการทดลองที่เชื่อถือได้ในสหรัฐอเมริกา โดยการทดลองใน 24 สัปดาห์ พบว่า ผู้ที่บริโภคนมพาสเจอร์ไรซ์ไขมันต่ำในปริมาณ 3-4 ขวด หรือจะให้นับง่ายๆ ก็เท่ากับการดื่ม นมสดพาสเจอร์ไรซ์ชนิดพร่องมันเนยขนาด 180 มิลลิลิตรจำนวน 3-4 ขวด ต่อวัน จะสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มนม สูตรนี้จะช่วยพิชิตพุงน้อยๆ ของเรา เพราะนมจะช่วยในการช่วยเผาผลาญไขมันบริเวณหน้าท้องได้เป็นอย่างดี )

2

        เข้าหน้าฝนอย่างจริงจัง ซึ่งแน่นอนว่าปัญหาที่ตามมากับฝนแน่ๆ ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาตินั่นคือ 1. น้ำท่วม และ 2. ผ้าที่ตากเอาไว้ไม่แห้ง เรื่องน้ำท่วมนั้นเราคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าสร้างความทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยแค่ไหน แต่อย่าคิดว่าเรื่องเสื้อผ้าไม่แห้งนี้เป็นเรื่องเล็กๆ นะครับ
        เพราะในช่วงนี้ฝนตกติดๆ กันหลายวันทำให้อากาศมีความชื้นสูง  เสื้อผ้าที่เราซักตากไว้ไม่แห้งแน่นอน แถมตัวที่จะต้องใช้ก็ไม่แห้ง และยังมีกลิ่นอับติดมาอีกด้วย ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นก็ไม่หาย ทำให้หมดความมั่นใจเวลาสวมใส่แล้วต้องออกไปนอก ซึ่งทำให้แม่บ้านหลายๆ คน นึกถึงผู้ช่วยที่สำคัญนั่นก็คือเครื่องอบผ้า เพราะมันสามารถช่วยให้เสื้อผ้าของเราแห้งไม่มีกลิ่นอับติดมาแน่นอน แต่หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าการใช้เครื่องอบผ้ากับการซักและตากกันแดดแบบที่เราทำกันประจำนั้นมันแตกต่างกันอย่างไร เราจะเริ่มกันที่ข้อดีของการตากผ้ากันก่อนนะครับ ในกรณีที่แสงแดดจัดผ้าจะแห้งเร็วมากแม้จะเป็นผ้าหนา และมีกลิ่นหอมของแดด ประหยัดพลังงาน และเป็นการออกกำลังแขนไปในตัว แต่อย่าลืมว่าถ้าผ้าโดยเฉพาะผ้าสีถูกแสงแดดจัดนานๆ  สีและเนื้อผ้าด้านนอกจะถูกแดดทำลาย ทำให้ผ้ากรอบรีดยาก ถ้าตากไว้กลางแจ้งแล้วฝนตกก็ต้องรีบวิ่งมาเก็บมิเช่นนั้นก็เปียกกันไป วันนี้เราจะพาแม่บ้านทุกๆ คนไปทำความรู้จักกับข้อดีของเจ้าเครื่องอบผ้ากันครับว่ามีอะไรบ้าง

ข้อดีของเครื่องอบผ้า
    1. ไม่ต้องกังวลกับสภาพอากาศ จะซักผ้าวันไหน จะใช้เสื้อตัวไหนก็วางแผนได้ง่ายโดยไม่ต้องรอแดดออก
    2. เหมาะสำหรับบ้านที่ไม่มีที่ตาก และมีผู้ป่วยหรือเด็กเล็กที่เป็นภูมิแพ้ง่าย เพราะเสื้อผ้าไม่ต้องสัมผัสอากาศและฝุ่น ควัน นอกบ้าน
    3. การอบผ้าให้แห้งด้วยเครื่องยังช่วยลดเชื้อแบคทีเรียและความเสี่ยงในการเกิดเชื้อราบนเนื้อผ้าด้วย
    4. ผ้าที่ผ่านการอบแห้งจากเครื่องจะให้สัมผัสของเส้นใยผ้าที่นุ่มกว่าการตากแดด และไม่ต้องเปลืองแรงในการตากผ้า
    5. ใช้เวลาอบตั้งแต่ 60 – 120 นาที (แล้วแต่ชนิดของเนื้อผ้า) ก็แห้งพร้อมใส่ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอผ้าแห้งเป็นวัน

      นี่เป็นหนึ่งข้อดีหลักๆ ที่ทำให้เครื่องอบผ้าเป็นของน่าใช้ครับ แต่ก็ต้องแลกกับการเสียเงินซื้อเครื่องอบและค่าไฟฟ้า ที่มีราคาตั้งแต่หลักหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงหลายหมื่น แต่เมื่อนึกถึงประโยชน์ที่ได้รับแล้วนับว่าคุ้มค่ามาก ๆ ครับ

3

       ครีมกันแดดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับสาวๆ ในชีวิตประจำวัน ถ้าไม่อยากผิวหมองคล้ำเพราะแสงแดดกันแล้วหละก็อย่าลืมทาครีมกันแดดกันทาตัวเป็นประจำนะครับ แต่การทาครีมกันแดดก็ใช่ว่าจะสามารถปกป้องแสงแดดได้ 100% ถ้าคุณมีวิธีการทาที่ไม่ถูกต้อง แต่ว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยกับวิธีทาครีมกันแดด วันนี้เราลองมาดูกันครับว่าครีมกันแดดนั้นต้องทาอย่างไรถึงจะปกป้องผิวได้อย่างสูงสุด

    1. ขั้นแรก ต้องเลือกครีมกันแดดทาตัวให้เหมาะกับวิธีการใช้งานและสภาพผิวของเรา
        -เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับวิธีการใช้งาน คือ สำหรับทาหน้าหรือทาตัว เพราะผิวหน้าคนเราค่อนข้างบอบบางมากกว่าผิวตัว ดังนั้นใช้แยกกันเป็นดีที่สุดนะครับ
        -เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว กรณีที่เราต้องการทาครีมกันแดดที่ผิวหน้า ถ้าไม่อย่าให้หน้าเราเกิดอาการแพ้ อุดตัน จนเกิดเป็นสิวขึ้นมา ควรเลือกเนื้อครีมที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าของเรา  เช่น ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวมัน อาจเลือกเนื้อครีมที่บางเบาในรูปแบบเจล เพื่อป้องกันการอุดตัน และไม่ระคายเคือง
    2. สำหรับผิวหน้าควรทาครีมกันแดดทาตัวหลังจากทาครีมบำรุงหน้าแล้ว และควรทาให้ทั่วบริเวณใบหน้ายกเว้นรอบดวงตา ให้เนื้อครีมกระจายตัวสม่ำเสมอ และสำหรับผิวตัวให้ทาให้ทั่วทั้งลำตัวและบริเวณลำคอ
    3. แสงแดดที่ร้อนแรงแบบในทุกวันนี้ ทำให้ผิวสวยๆของเราเกิดความหมองคล้ำได้ง่ายมาก ดังนั้น ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 40 – 50 เพื่อที่จะแน่ใจได้ว่าปกป้องผิวของคุณได้จริงๆ
    4. ทาครีมกันแดดทาตัวก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 นาที และอาจทาซ้ำระหว่างวัน เพื่อให้ประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดดยังคงอยู่ แต่สำหรับครีมกันแดดบางตัวที่สามารถปกป้องผิวได้ยาวนานก็สามารถทาแค่ครั้งเดียวก่อนออกจากบ้าน โดยไม่ต้องทาซ้ำระหว่างวันเลย
    5. ทาครีมบำรุงหลังจากออกแดดหรือหลังอาบน้ำ ควรเป็นครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหลังจากเผชิญกับแสงแดดมาทั้งวัน และอาจจะช่วยต่อต้านการสร้างเม็ดสีเมลานิน เพื่อป้องกันผิวหมองคล้ำจากแสงแดดด้วย
    6. ควรเก็บครีมกันแดดทาตัวไว้ในที่ร่ม ห่างไกลจากแสงแดด หรือไม่ทิ้งไว้ในรถที่มีอากาศร้อน เพราะอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของครีมกันแดดลดลงได้ ดังนั้นพกติดตัวใส่ประเป๋า ไปเรียน หรือไปทำงาน ให้อุ่นใจเอาไว้เป็นดีที่สุด ถ้าออกแดดเมื่อไหร่ก็หยิบมาทาได้ตลอดเวลา

4
      สวัสดีจ้า ทุกคนวันนี้เราอยากจะมารีวิวเทียบกันไปเลยว่า กันแดดที่ราคาไม่แพงมากและมีค่า SPFสูงๆกันแดดอันร้อนแรงของเมืองไทยได้!โอเค!เนี่ย ตัวไหนที่เริ่ดกว่ากัน ซึ่งทั้ง2ตัวนี้ เค้าเคลมว่าเป็นกันแดดสูตร Oil Control ด้วยกันทั้งคู่ค่ะ เทียบกันระหว่าง Nivea Sun Protect & White Oil Control Serum SPF50+ PA+++ แบบหลอดจิ๋วที่เราพึ่งไปสอยมาจากที่วัตสันค่ะและ กันแดดตัวใหม่ของ Biore ตัวนี้ค่ะ Biore UV Perfect face milk SPF50+ ซึ่งเราอยากรู้ว่า ตัวไหนกันแน่ที่จะเป็นเจ้าสังเวียนและตอบโจทย์ครีมกันแดด ยี่ห้อไหนดี? ที่เราตามหา กันแดดราคาถูกไม่แพงจนเกินไป ไม่ลอกไม่มันเยิ้มระหว่างวัน ไม่ทำให้เมคอัพละเลยตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น แต่ที่สำคัญกันแดดได้เริ่ด ไม่ทำให้หน้าดำ!คล้ำขึ้น!ระหว่างวัน ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลยจ้า


และนี่คือหน้าตาของคู่แข่งประชันความเป็นสุดยอดกันแดดคุมมันของเรากันค่ะ!! โดยต้องบอกสาวๆก่อนนะคะว่าเราเป็นคนที่มีผิวแบบผสม มันช่วงทีโซน และแก้มค่อนข้างแห้งลอกนิดนึง ถ้าพร้อมแล้วเราก็มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่า

ขอเริ่มที่ขนาดความคุ้มค่าราคาและปริมาณนะคะ ของ Nivea Sun Protect & White Oil Control Serum กันก่อนเลยจ้า ตัวนี้ที่เรามีจะเป็นไซส์ใหญ่ค่ะ ที่พกพาสะดวกมากๆค่ะ โดยหลอดนี้มีปริมาณ30 ml. และ ราคา279บาท เท่านั้น ซึ่งเทียบราคาต่อ ml. แล้วอยู่ที่ประมาณ 9.3 บาท และของ Biore UV Perfect face milk ก็ปริมาณเท่ากันค่ะ ขนาด30 ml.ราคาอยู่ที่ 260บาท ซึ่งเทียบราคาต่อml. แล้วอยู่ที่ประมาณ 8.6บาท สรุปรอบนี้ Nivea ราคาแพงกว่าถ้าเทียบกับปริมาณ

เพราะฉะนั้นเราต้องมาตัดสินในรอบต่อไปค่ะ นั้นก็คือเรื่องเนื้อครีมค่ะ ว่ามีความแตกต่างกันมากน้อยยังไง สำหรับ Nivea เนื้อครีมจะมีความเป็นครีมมากกว่าค่ะ นี่บีบออกมาได้เป็นก้อนแบบนี้เลยจ้าเนื้อไม่เหลวค่ะค่อนข้างมีความคงตัว


เมื่อลองเกลี่ยกับผิวหลังมือ ก็จะเนื้อเบาๆหน่อยค่ะ ไม่มีกลิ่นของแอลกอฮอลล์เท่าไหร่นะ ตอนเกลี่ยเสร็จก็เรียบเนียนไปกับหลังมือดีนะ แต่แอบตินิดนึงเนื้อเป็นเนื้อครีมเลยทำให้ต้องเกลี่ยนิดนึงเวลาทาอะ ซึ่งเราขอแอบหักคะแนนตรงจุดนี้จ้า ส่วนรื่องการซึมลงผิวก็ซึมได้ได้ดี ไม่ทิ้งความเหนอะหนะบนผิว จะมีความชุ่มๆผิวนิดๆ


สำหรับเนื้อครีมของบีโอเรนะ จะมีความออกสีขาวมากกว่าและก็เนื้อเหลวมากกว่าค่ะ แอบติดกลิ่นแอลกอฮอลล์แรงอยู่เหมือนกันนะ เพื่อนๆที่แพ้แอลกอฮอลล์ เราไม่แนะนำน้า


พอทาจนเนียนเข้าผิวก็จะมีความวาวๆอยู่นิดหน่อยค่ะ แล้วก็จะแห้งไปบนผิว ตัวนี้เราว่าเกลี่ยง่ายน่าจะเพราะความเหลวของนางอะ เราแอบติดตรงเรื่องเนื้อครีมมีสีขาวหน่อยๆอะ ไม่แน่ใจว่าสาวๆผิวเข้มใช้แล้วจะเป็นคราบกับลอยมั้ย..อืมม


การทดสอบในขั้นตอนต่อไปคือ การทดสอบความมันเยิ้มและความดรอประหว่างวันจ้าโดยในวันแรกนนี้เราจะใช้ของBioreก่อนนะคะ ทาทับบนผิวหน้าก่อนแต่งหน้าค่ะ สำหรับเราเราคิดว่าเป็นbaseเมคอัพได้ดีเลยนะคะ ไม่มันดีอะ แล้วเราก็รอให้ถึงช่วงเวลากลางวัน ที่เราจะออกไปทดสอบกับการเดินไปกินข้าวใช่ช่วงพักกลางวันค่ะ


พร้อมไปซิ่งกินข้าวกลางวันแล้วค่า^0^
หลังจากที่เราอิ่มหมีพลีมันกันเรียบร้อยแล้ว โดยเราใช้เวลาในการพักกลางวันประมาณ1ชม.นิดๆค่ะ และพอกลับมาถึงออฟฟิศก็ต้องขอตรวจสอบความมันเยิ้มบนหน้านี้สนึงง ผลที่ได้ออกมาก็ประมาณนี้ค่า


แอบมีความมันนิดนึงที่ช่วงทีโซนนะคะ และที่หน้าแก้มไม่ค่อยมีค่ะ ค่อนข้างแห้งๆด้วยซ้ำอะ
มาต่อวันที่2กับmission กันแดดของเรากันค่ะ!วันนี้ก็เช่นเคยแต่งหน้าแบบเดิมๆ และเปลี่ยนมาใช้กันแดดของNiveaกันค่ะวันนี้ เมื่อมาถึงช่วงเวลาพักกลางวัน เราก็ไม่รอช้าออกไปท้าแดดกันเล้ยย วันนี้แดดดี้ดีซะด้วย -__-แถมตอนเย็นมีออกไปประชุมกันลูกค้าอีก จะหมู่จะจ่าเดี๋ยวรู้จักค่ะ!


มีออกไปหาลูกค้าด้วย ดูซิว่าจะรอดมั้ยย แดดออกพร้อมเลยจ้า
เอาหละเรามาซับหน้ากันซักหนึ่งที และนี่คือผลของการออกแดดไปประมาณ1ชม.กว่าๆค่ะ หลังจากออกไปข้างนอกออฟฟิศจ้า


เห้ยย แปลกใจมาก เพราะวันนี้ที่ออกไปแดดแรงมากก จนแสบตาอะ แต่ความมันที่ออกมาไม่ค่อยเยอะแบบที่คิดไว้เลย เออปลื้มอะมีความมันเล็กน้อยที่กระจายตัวทั่วๆไปค่ะ ช่วงทีโซนไม่ได้มันอะไรมากมาย


สรุปรวมผลคะแนน

สรุปออกมาจากตารางแล้ว เราก็จะเห็นว่าคะแนนไม่ได้แตกต่างกันมากค่ะ สามารถใช้สลับกันได้เลยทั้งสองตัว แต่เราก็แอบชอบของNiveaมากกว่านิดนึงอะแหละ เพราะมันไม่ทำให้หน้าเยิ้มระหว่างวัน แต่คงความชุ่มชื้นไว้ที่ใบหน้ามากกว่า คนที่มีผิวหน้ามันน่าจะชอบค่ะ สำหรับเรา เราว่าโอเคเลย เพราะของตัวบีโอเลมันจะออกแห้งกว่านิดนึงและแอบมีกลิ่นแอลกอฮอลล์แรงกว่าแต่ชอบนางตรงที่ใช้แล้วซึมได้ง่ายมากนะ แต่พอระหว่างวันหลังจากที่เราไปออกแดดเราหน้ามันขึ้นนิดนึงอะ แต่ช่วงแก้มจะแห้งมากแอบเป็นขุยนิดนึงด้วยอะ อืมม และแอบติดสีขาวๆหน่อยนึงด้วยค่ะ สาวๆผิวเข้มอาจจะมีหน้าลอยหรือเปล่าเราไม่แน่ใจอะ และสำหรับการกันแดด หน้าไม่ดรอปก็ทำได้ดีทั้งคู่เลยนะ ไม่มีตัวไหนที่ทำให้หน้าคล้ำขึ้นจ้า

ก็จบไปแล้วสำหรับการรีวิวกันแดดขั้นแพ้ของเรากันนะคะ เราหวังว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะชอบนะคะ และเอาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเพื่อนๆน้า แล้วเราจะหาของที่น่าสนใจอื่นๆมาอีกนะคะ ยังไงต้องขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามเข้ามาอ่านมากๆนะคะ ไปก่อนแล้วค่าจุ้บบ

ขอบคุณที่มา : https://www.cosmenet.in.th/community/?PAGE_NAME=read&FID=35&TID=24264

5

       คุณเคยคิดไหมว่าตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์หนึ่งคัน คุณต้องเสียเงินไปกับการเติมน้ำมันมากแค่ไหน? เพราะรถยนต์ทุกคันล้วนต้องขับเคลื่อนด้วยพลังงาน แต่น้ำมันที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็ใช่ว่าจะถูกๆ ซะเมื่อไหร่ ในเดือนตุลาคม 2013 รัฐบาลไทยเริ่มโปรแกรมรถประหยัดพลังงาน ด้วยการสนับสนุนรถที่เน้นการประหยัดพลังงาน ซึ่งผู้ที่เข้าร่วม คือ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ได้แก่ Mitsubishi Honda Nissan Toyota และ Suzuki ต่อมาในระยะสอง รัฐบาลลงทุนอีก 6,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการผลิตรถประหยัดพลังงานกว่า 100,000 คันในอีก 4 ปี โดยรถจะต้องได้มาตรฐาน Euro V โดยต้องกินน้ำมัน 4.3 ลิตรต่อการวิ่ง 100 กิโลเมตร และ ก๊าซคาร์บอน 100 กรัมต่อการขับ 1 กิโลเมตร

        ถึงแม้ว่าประเทศไทย จะเป็นประเทศหนึ่งที่ผลิตน้ำมันได้ แต่ก็ยังถือได้ว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการ รัฐบาลยังคงต้องสั่งนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ปีหนึ่งๆ เป็นจำนวนหลายแสนล้านบาท ดังนั้นหนึ่งในมาตรการประหยัดพลังงานน้ำมัน ที่รัฐบาลคิดโครงการขึ้นมาก็คือ การออกแบบรถประหยัดพลังงานขึ้นมารองรับความต้องการของประชาชน โดยรถประหยัดน้ำมันนี้ นอกจากจะช่วยประหยัดการใช้น้ำมันได้แล้ว ยังช่วยลดปัญหามลพิษในอากาศได้ดีอีกด้วย รถประหยัดพลังงานตามที่รัฐบาลมีโครงการในเรื่องการประหยัดพลังงาน มีชื่อโครงการอย่างเป็นทางการว่า อีโค่ คาร์ (ECO-Car) เป็นโครงการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ในประเทศไทย ที่มีขนาดกะทัดรัด แต่จะถูกประกอบขึ้น ภายในเทคโนโลยีที่ทันสมัยไม่แพ้รถยนต์รุ่นใหญ่ๆ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ ด้านการประหยัดน้ำมันรักษาสิ่งแวดล้อมและปลอดภัย ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป แห่งสหประชาชาติ (UNECE) ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก โดยในขณะนี้ ค่ายรถยนต์ต่างๆ ได้ส่งรถ อีโค่ คาร์ (ECO-Car) ออกมาจำหน่ายกันทั่วไป ซึ่งเราก็จะพบเห็นได้ตามท้องถนน ซึ่งรถยนต์ ECO-Car หรือรถประหยัดพลังงานนี้มีข้อดีที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน คือ มีความคล่องตัว สะอาด ประหยัดเชื้อเพลิง ปลอดภัย และแม้ว่าจะทำให้ท้องถนนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แน่นขนัดไปด้วยปริมาณรถใหม่ แต่ก็ยังมีข้อดีตรงที่ว่า สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะมีรถยนต์เป็นของตนเองอยู่แล้ว ก็มีโอกาสตัดสินใจเลือกรถประหยัดพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกมากเลยทีเดียว

6

          เรื่องของการบำรุงผิว ไม่ใช่เรื่องพื้นๆ อย่างที่เราคิดกันนะครับ สาวๆ อาจจะมองว่าก็แค่ทาครีมมอยส์เจอไรเซอร์ แค่นี้ก็บำรุงผิวแล้วไง แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเราทำถูกต้องตามวิธีหรือเปล่า เพราะหากเราทำผิดวิธีหรือข้ามขั้นตอนที่ถูกต้องไป จากที่จะสวยด้วยการบำรุงผิว อาจจะกลายเป็นหน้าเยินเพราะทำร้ายตัวเองด้วยวิธีการทาเซรั่มบำรุงผิวหน้าแบบผิดๆ ก็ได้นะครับ หากใครอยากแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็นจุดด่างดำ ริ้วรอย เซรั่มเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาดครับ แต่เพื่อให้ใช้แล้วเกิดผลดีกับผิวในขั้นสุด ก็ต้องรู้ 5 เคล็ดลับการใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้าให้ได้ผลดีที่สุด กันหน่อย

5 เคล็ดลับการใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้าให้ได้ผลดีที่สุด
       1. ล้างหน้าให้สะอาดแบบขั้นสุด บางทีที่เราใช้เซรั่มแล้วไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลง อาจเป็นไปได้ว่าเราล้างหน้าไม่สะอาดค่ะ สิ่งสกปรกที่ค้างอยู่จะกั้นไม่ให้เนื้อเซรั่มซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้เนื้อเซรั่มทำงานได้อย่างเต็มที่ ควรล้างหน้าให้สะอาด
       2. ทาตอนที่ผิวยังไม่แห้งสนิท เขาว่ากันว่าผิวที่ชุ่มชื้นจะช่วยให้เซรั่มซึมเข้าสู่ผิวเราได้ดีกว่าผิวแห้งได้มากกว่าถึง 10 เท่า! เพื่อให้เซรั่มที่เราทาทำงานได้ดีที่สุด ควรทาเซรั่มบำรุงผิวหน้าหลังจากที่ล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ ที่ช่วงที่ผิวยังชุ่มชื้นอยู่ครับ
       3. ใช้ให้น้อย แล้วจะได้ผลมาก ฟังดูอาจจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ใช้น้อย จะเห็นผลมากได้อย่างไร อยากผิวสวยแต่ทาเข้าไปเยอะสิ แต่ไม่ใช่กับเซรั่มครับ เพราะว่าเซรั่มเป็นเนื้อครีมที่มีส่วนผสมที่เข้มข้น และซึมเข้าผิวได้ดีกว่าสกินแคร์ประเภทอื่นๆ ครับ
       4. ทาแล้วทิ้งไว้สักพัก ก่อนทาครีมอื่นทับ เมื่อให้เซรั่มซึมเข้าสู่ผิวได้ดีที่สุด หลังจากทาเซรั่มแล้วควรเว้นช่วงก่อนทาครีมอื่นประมาณ 5 นาทีครับ
       5. หลีกเลี่ยงเซรั่มที่มีส่วนผสมของสีสังเคราะห์และน้ำหอม เพราะสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้ช่วยให้ผิวเราดีขึ้น แถมยังทำให้เกิดการระคายเคืองได้ด้วยครับ

          นี่ก็คือเคล็ดลับการใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้าให้ได้ผลดีสุด การเลือกเซรั่มที่ดีก็เป็นอีกเคล็ดลับหนึ่ง แต่การใช้ให้ถูกวิธีก็เป็นอีกเคล็ดลับที่ไม่ควรมองข้าม เพราะยิ่งใช้ถูกทาง ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพกับผิวเราได้มากขึ้นเท่านั้นครับ

7

      แบบบ้านโมเดิร์นชั้นครึ่ง MD08 แบบบ้านรูปทรงทันสมัยในดีไซน์ที่แตกต่าง เป็นงานที่มีความโดดเด่นทั้งรูปทรงและประโยชน์ใช้สอย เป็นบ้านในขนาดกลางจำนวน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วนด้วยระดับบ้าน 3 ระดับ เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่มีทั้งห้องนั่งเล่นส่วนตัวแยกจากห้องรับแขก และพื้นที่ห้องทำงานขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่เปิดโล่งที่มีระเบียงขนาดใหญ่เพื่อการพักผ่อนและทำกิจกรรมครอบครัวนอกบ้านและพื้นที่ห้องเก็บของใต้พื้นบ้านอย่างกว้างขวาง นอกจากนั้นท่านยังสามารถปรับเป็นบ้าน 4 ห้องนอนได้อีกด้วย

ลักษณะเด่นโดยทั่วไปของแบบบ้านโมเดิร์นชั้นครึ่ง MD08
   - ออกแบบด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์และสวยงามเมื่อเทียบกับบ้านราคาเดียวกันในแบบอื่นๆ รวมทั้งคำนึงถึงหลักการถ่านเทอากาศของห้องต่างๆ โดยเฉพาะห้องนอน
   - พื้นที่ใช้สอยอย่างครบครันแบ่งเป็นสัดส่วนด้วยระดับชั้นของตัวบ้าน 3 ระดับ
   - มีพื้นที่ใช้สอยทั้งส่วนปิด และส่วนเปิดโล่ง ทั้งระเบียงด้านหน้าขนาดใหญ่ ระเบียงชั้นบน และส่วนซักล้าง
   - มีส่วนห้องเก็บของขนาดใหญ่ในส่วนยกพื้นทั้งภายในและภายนอกบ้าน ช่วยเก้บสิ่้งของที่รกตาได้อย่างมากมาย
   - เน้นพื้นที่นั่งเล่นและส่วนห้องทำงานที่เป็นส่วนตัวแยกต่างหากจากส่วนรับแขก
   - ปรับเป็น 4 ห้องนอนได้โดยทำการก่อผนังในส่วนระเบียงด้านหน้า จะได้ห้องนอนเพิ่ม 1 ห้องและทำประตูเข้าด้านหน้าแทน

รหัสแบบบ้าน : MD08
ขนาดตัวบ้าน : กว้าง 10 เมตร ลึก 12 เมตร
พื้นที่ใช้สอย : พื้นที่ใช้สอยประมาณ 158 ตร.ม (ชั้นบน 46 ตร.ม + ชั้นล่าง 112 ตร.ม)
จำนวนห้อง : 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ  ห้องครัว  พื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวขนาดใหญ่ ระเบียงด้านหน้าขนาดใหญ่ ห้องทำงาน ห้องเก็บของใต้พื้นบ้าน ส่วนซักล้าง
งบประมาณก่อสร้าง : เริ่มต้นประมาณ 1.6 ล้านบาท (คำนวณจากค่าก่อสร้างเริ่มต้นตารางเมตรละ 10,000 บาท ) ทั้งนี้ราคาจะห่างจากที่ประเมินมากน้อยเท่าใด ขึ้นอยู่กับการคิดกำไร ของผู้รับเหมาและ เกรดวัสดุที่เลือกใช้ และการตกแต่งมากน้อยต่างกันไป
ราคาแบบบ้าน : 5,000 บาท

ขอบคุณข้อมูลจาก planmodernhome

8

          คำถามสำหรับคนที่กำลังจะซื้อรถมักจะถามกันอยู่บ่อยๆ ก็คือ hybrid คืออะไร ? ทำงานอย่างไร ? ดีไหม ? วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับคำว่า hybrid กันครับ รถยนต์ hybrid คือ รถที่มีแหล่งกำเนิดของพลังงานมากกว่า 1 แห่ง หรือ รถที่เกิดจากความพยายามในการรวมข้อดีและแหล่งพลังงานแต่ละชนิดเข้าด้วยกัน และหลีกเลี่ยงหรือขจัดข้อเสียของแต่ละพลังงานออกไป ซึ่งรถ Hybrid แต่ละประเภทจะมีข้อแตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น ประเภทที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ประเภทเผาไหม้ภายใน หรือ ใช้เครื่องยนต์กับล้อช่วยแรง หรือ มอเตอร์ไฟฟ้ากับล้อช่วยแรง หรือกังหันแก๊สกับล้อช่วยแรง เป็นต้น

การทำงานของเครื่องยนต์ไฮบริด
     - ขณะออกรถ และใช้ความเร็วต่ำ ระบบขับเคลื่อนจะใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งใช้แหล่งพลังงานมาจากแบตเตอรี่
     - ขณะที่เร่งเครื่องขับขี่ด้วยความเร็วสูง หรือขึ้นเขา ระบบขับเคลื่อน จะใช้กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์เบนซิน ร่วมกัน เพื่อให้กำลัง เพียงพอต่อการใช้งาน
     - ขณะลงเขา และขณะเบรก ทั้ง 2 สถานการณ์นี้ระบบขับเคลื่อนจะไม่ต้องการกำลังมาใช้ในการขับเคลื่อน แต่จะเปลี่ยนกำลัง ที่ได้จากแรงเฉื่อยที่เกิดขึ้นให้กลับไปอยู่ในรูปไฟฟ้า และนำไปสำรองไว้ในแบตเตอรี่แทน
     - ขณะจอดรถ เครื่องยนต์จะถูกดับโดยอัตโนมัติ

    จากที่กล่าวมาสรุปได้ว่า hybrid คือระบบขับเคลื่อน 2 แบบในรถยนต์คันเดียวกัน คือ เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ โดยทั้งสองระบบจะทำงาน ผสมผสานกันตลอดเวลาอย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาดเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ จึงช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ ในขณะเดียวกันก็ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่ารถยนต์ทั่วไป

9
         เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีอาการ “ปวด” จากการออกกำลังกาย ซึ่งอาจคิดว่าอาการปวดนั้นเป็น “สัญญาณที่ดี” อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น ฟกช้ำ บวม ข้อเท้าแพลง หรือมีบาดแผลฉีกขาด มีเลือดออก เจลประคบเย็นจะมีประโยชน์ในการบรรเทาอาการปวดบวม หรืออักเสบ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้จริงๆ หลายๆท่านก็ยังสับสนว่าจะเลือกใช้เจลเพื่อประคบร้อนหรือเย็นดี การรักษาบรรเทาอาการจึงจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพ 
         ก่อนอื่นเราคงต้องมาทำความเข้าใจหลักการก่อนว่า การใช้เจลประคบร้อนหรือการใช้เจลประคบเย็นมีผลต่างกันอย่างไร  การประคบเย็นความเย็นจะช่วยทำให้เส้นเลือดหดตัว ทำให้เลือดออกน้อยลง ทั้งเลือดที่ออกนอกร่างกายให้เห็นได้ และเลือดที่ออกนอกเส้นเลือดในร่างกาย ดังนั้น อาการบวมก็จะน้อย มีการดูดซึมน้ำกลับเข้าหลอดเลือดช่วยให้ยุบบวม จึงช่วยลดการบาดเจ็บ การอักเสบ นอกจากนี้ ความเย็นยังช่วยลดการนำกระแสประสาทที่รับความรู้สึกเจ็บปวด ทำให้บรรเทาอาการปวดได้ ซึ่งลักษณะของการปวดกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกาย สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม ดังนี้

1. อาการปวดระบม หรือปวดตึง (DOMS : Delayed Onset Muscle Soreness)
        อาการปวดกล้ามเนื้อในลักษณะนี้จะมีสาเหตุมาจากเส้นใยกล้ามเนื้อ (Muscle fiber) มีการฉีกขาด อันเนื่องมาจากมีการออกแรงหรือใช้งานมากกว่าที่เคยทำเป็นประจำโดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ หรืออาจจะเกิดขึ้นกับคนที่มีการออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่มีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมการออกกำลังกาย เช่น เพิ่มระยะเวลาหรือความหนักของการออกกำลังกายให้สูงขึ้นกว่าที่เคยปฏิบัติอยู่ โดยปกติอาการปวดระบม หรือปวดตึงสามารถหายได้เอง

2. อาการปวดที่เกิดจากการบาดเจ็บโดยตรง
        มีอาการปวดแบบแปล๊บๆ จี๊ดๆ ที่บริเวณกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ อาจเกิดจากการกระแทกที่กล้ามเนื้อโดยตรง ทำให้เกิดการช้ำหรือฉีกขาด โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งขณะออกกำลังกายและหลังออกกำลังกาย อาการปวดแบบนี้จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวในส่วนที่บาดเจ็บ และอาการปวดอาจไม่หายไป ถึงแม้จะมีการพักร่างกายแล้วก็ตาม วึ่งจะเห็นได้ว่าการใช้เจลประคบร้อนหรือใช้เจลประคบเย็นมีประโยชน์ทั้งสองอย่าง เราจึงควรเลือกใช้ให้ถูกกับเวลาและสาเหตุที่เป็น ก็จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวด  ลดอาการอักเสบลงได้มาก

10

         ในยุคปัจจุบันสินเชื่อได้เข้ามามีความสำคัญในชีวิตของเรามากขึ้น โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาเงินทุนสำรองหรือต้องการเงินเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน โดยที่สินเชื่อของสถาบันการเงินก็มีการแยกประเภทของสินเชื่อออกเป็นประเภทต่างๆ อย่างมากมาย ซึ่งการสมัครของสินเชื่อสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลและสมัครสินเชื่อเพื่อธุรกิจ

         วันนี้ผมจะขออธิบายเกี่ยวกับการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลให้เข้าใจกันง่ายๆ นะครับ ก่อนอื่นเลยผมจะขอแยกการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลออกเป็นหลักๆ คือ สินเชื่อประเภทบัตร บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด รวมถึงสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อเงินสด เป็นต้น ซึ่งการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจะเป็นประเภทของสินเชื่อที่มีวงเงินไม่สูง และไม่ต้องมีหลักคํ้าประกันแต่อย่างใดสำหรับการขอสินเชื่อประเภทนี้ และขั้นตอนของการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลก็มีขั้นตอนง่ายๆ

          การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลสามารถผ่อนชำระสินค้าได้ง่ายขึ้น เพราะเราสามารถเลือกระยะเวลาในการผ่อนได้นานขึ้น ทำให้ยอดในการผ่อนชำระน้อยกว่าบัตรเครดิตที่มีเงื่อนไขให้ชำระขั้นต่ำ 10 % ของยอดเงินกู้ ทำให้ผู้ขอกู้สามารถเลือกที่จะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อนำเงินดังกล่าวปิดยอดหรือรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตแทน การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจึงเหมาะกับกรณี ดังนี้

     – มีความต้องการใช้จ่ายฉุกเฉิน
     – ต้องชำระหนี้สินอย่างเร่งด่วน
     – ต้องการขยายธุรกิจอย่างเร่งด่วน

11

         สมัยนี้เกือบทุกบ้านต้องมีเครื่องปรับอากาศไว้อย่างน้อยบ้านละหนึ่งตัวแน่นอน เพราะอากาศบ้านเราค่อนข้างร้อนซะเหลือเกิน แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้วิธีดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศที่ถูกต้องเพื่อรักษาเครื่องปรับอากาศให้มีอายุการใช้งานได้นานๆ และถ้ายังไม่แน่ใจก็ตามมาดู  วิธีล้างเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเองให้กลับมาเย็นฉ่ำ เปิดใช้เมื่อไรก็ชื่นใจทุกครั้งสามารถทำตามได้ไม่ต้องเรียกช่างให้เสียเวลา

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
    - แปรงสีฟัน
    - สเปรย์โฟมล้างแอร์

ขั้นตอนการล้างเครื่องปรับอากาศ
    1. ตัดไฟที่เบรกเกอร์ก่อน จากนั้นยกฝาครอบด้านหน้าเครื่องปรับอากาศแล้วถอดแอร์ฟิลเตอร์ออก
    2. นำแอร์ฟิลเตอร์ไปล้าง โดยเปิดน้ำเบา ๆ ไหลผ่านพร้อมกับใช้มือหรือแปรงสีฟันถูเบา ๆ แล้วนำไปผึ่งไว้ให้แห้ง
    3. ระหว่างที่รอแอร์ฟิลเตอร์แห้ง ก็กลับมาดูดฝุ่นบริเวณแผ่นคอยล์เย็น แล้วฉีดสเปรย์โฟมล้างแอร์ให้ทั่วคอยล์เย็น ทิ้งไว้ 20 -30 นาที
    4. เมื่อครบตามเวลาที่กำหนดไว้แล้ว ประกอบแอร์ฟิลเตอร์เข้าที่เดิม
    5. ปิดฝาครอบด้านหน้าลง เปิดแอร์โหมดพัดลมไว้ที่ 24 องศา ทิ้งไว้ 45–60 นาที เพื่อทำความสะอาดคอยล์เย็น

12

          ในยุคปัจจุบันสินเชื่อได้เข้ามามีความสำคัญในชีวิตของเรามากขึ้น โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาเงินทุนสำรองหรือต้องการเงินเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน โดยที่สินเชื่อของสถาบันการเงินก็มีการแยกประเภทของสินเชื่อออกเป็นประเภทต่างๆ อย่างมากมาย ซึ่งการสมัครของสินเชื่อสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล และสมัครสินเชื่อเพื่อธุรกิจ

         วันนี้ผมจะขออธิบายเกี่ยวกับการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลให้เข้าใจกันง่ายๆ นะครับ ก่อนอื่นเลยผมจะขอแยกการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลออกเป็นหลักๆ คือ สินเชื่อประเภทบัตร บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด รวมถึงสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อเงินสด เป็นต้น ซึ่งการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจะเป็นประเภทของสินเชื่อที่มีวงเงินไม่สูง และไม่ต้องมีหลักคํ้าประกันแต่อย่างใด สำหรับการขอสินเชื่อประเภทนี้ และขั้นตอนของการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลก็มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ครับ

ขั้นตอนการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล
1. ผู้สมัครสามารถทำการสมัครผ่านออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์ของผู้ให้บริการได้
2. รอตรวจสอบข้อมูลและฟังผลการอนุมัติ
3. เมื่อผ่านการอนุมัติแล้วก็รอรับบัตรและใช้งานได้ทันทีหลังการอนุมัติ

13

          น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ยิ่งถ้าคุณเป็นคนออกกำลังกายหนัก และ กำลังลดน้ำหนักอยู่ละก็ น้ำเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย ขับของเสีย ช่วยลดอุณภูมิ และการไหลเวียนโลหิต

          ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 ในเลือดมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 92 ในสมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 85 นอกจากนี้น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญและจำเป็นของเซลล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเซลพืช เซลล์สัตว์ และเซลล์มนุษย์ ทุกเซลล์ล้วนประกอบด้วยน้ำทั้งนั้น ในเซลล์มนุษย์และเซลล์สัตว์มีน้ำประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักร่างกาย ในพืชบกมีน้ำประมาณร้อยละ 50–75 ถ้าเป็นพืชน้ำอาจมีน้ำมากกว่าร้อยละ 95 โดยน้ำหนัก และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่น้ำสิงห์ดึง 5 ตัวแทนกลุ่มผู้นำความคิด และไลฟ์สไตล์ สื่อสารแคมเปญใหม่  “ A PART OF YOU น้ำดื่มสิงห์เท่านั้นที่เราเลือก ” น้ำสิงห์เป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 23% อันดับสอง คริสตัล 19% และอันดับสาม เนสท์เล่ 16% เรายังมองถึงการเติบโตของตลาดได้อีกเยอะ เพราะจากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคมีการซื้อน้ำดื่มเพียง 30% ดังนั้นกลุ่มคนที่เหลือ ยังมีช่องว่างของตลาดที่ยังโตได้อีกมาก และปัจจุบันน้ำสิงห์มีฐานการผลิตทั้งหมด 8 โรงงาน กระจายตามหัวเมืองหลักทั่วประเทศ รองรับการผลิตน้ำดื่มรวมได้มากถึง 100 ล้านลิตรต่อเดือน เราเองมองถึงการขยายของตลาดที่มีมากขึ้น

14

           ในวัยผู้สูงอายุการเจ็บป่วยถือว่าเป็นเรื่องปกติ และการเตรียมรับมือที่ดีที่สุดคือป้องกันด้วยการทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุให้กับผู้สูงอายุ เพราะเรื่องสุขภาพสำหรับคนที่เรารักเป็นสิ่งสำคัญและมองข้ามไม่ได้ยิ่งถ้าเป็นคุณพ่อคุณแม่ของเรายิ่งต้องทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุไว้ให้ท่าน หลายคนมักมีคำถามว่าทำไมจะต้องทำ ทำเพื่ออะไร ทำแล้วได้อะไร ?

            การทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุถือเป็นการทำเพื่อรัลมือกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ประกันสุขภาพผู้สูงอายุก็จะช่วยเหลือในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะต้องเกิดขึ้นตามมา เพราะหากไม่ทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุไว้นอกจากจะเป็นกังวลเรื่องสุขภาพของผู้สูงอายุแล้วยังต้องมากังวลกับเรื่องค่าใช้ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายของเราด้วย เพราะฉนั้นการทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุจึงถือเป็นเรื่องสำคัญและวันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับข้อดีของการทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุกันครับ

ข้อดีของการทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุ
    1. ให้ความคุ้มครองด้านค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล
    2. ได้รับเงินชดเชยรายได้เนื่องจากนอนพักรักษาพยาบาล
    3. คุ้มครองทั้งการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

15

              น้ำเป็นปัจจัยหลักๆ ในการดำรงชีวิต และการดื่มน้ำก็เป็นสิ่งที่ทุกคนขาดไม่ได้ เพราะในร่างกายของเรานั้นประกอบไปด้วยน้ำถึง 70% ซึ่งระบบภายในของร่างกายเรา ต้องใช้น้ำในการทำหน้าที่ของระบบร่างกายเช่น ย่อยอาหาร ทำให้ระบบเลือดหมุนเวียนไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้เป็นอย่างดี ขับสารพิษออกจากร่างกาย

          ในแต่ละวันชีวิตที่เร่งรีบอย่างพวกเรา ไม่ว่าจะวัยไหนๆ ก็จะต้องการความสะดวก และน้ำดื่มเดี๋ยวนี้ก็มีขายทุกที่ และหลากหลายยี่ห้ออยู่ที่เราจะเลือกซื้อมาบริโภค อย่างน้ำดื่มที่เรามักคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดี เช่น น้ำดื่มตราสิงห์ คริสตัล เนสท์เล่ และยี่ห้ออื่นๆ อีกมากมายให้เราได้เลือกซื้อมาบริโภค และประโยชน์ของการดื่มน้ำก็มีเยอะมากเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ลดอาการอ่อนเพลีย ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ผลดียิ่งขึ้น ขจัดสารพิษในร่างกาย บำรุงผิวพรรณ เป็นต้น เมื่อเรารู้ว่าการดื่มน้ำมีประโยชน์ก็ควรจะดื่มน้ำให้เยอะๆ และต้องเลือกน้ำดื่มที่สะอาดถูกสุขลักษณะ เช่น น้ำดื่มตราสิงห์ คริสตัล เนสท์เล่ เป็นต้น ถ้ารู้แบบนี้แล้วเราก็ต้องดื่มน้ำเยอะๆ นะครับเพื่อสุขภาพของเราเอง

หน้า: [1] 2 3 ... 6